แฟชั่นการแต่งตัว

ยุคทองของสนีกเกอร์
ในตอนนี้หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “สนีกเกอร์” มาแล้วบ้าง ไม่มากก็น้อย ทุกวันนี้ “สนีกเกอร์” (Sneaker)
กลายเป็นคำที่มีการพูดถึงอย่างมากในยุคนี้ บางคนอาจจะใช้เรียกรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้ากีฬาทั่วๆไป แต่ความจริงแล้ว คำๆ
นี้มีความหมายที่ลึกซึ้ง และมีความเป็นเอกลักษณ์ต่างจากรองเท้าทั่วไป มันไม่ใช่รองเท้าธรรมดาทั่วไปซะทีเดียว
สนีกเกอร์มันมีความแตกต่างของมันอยู่
หลายคนอาจจะเคยได้ยินรองเท้าราคาคู่ละเป็นหมื่น เป็นแสน หรือเป็นล้านก็ยังมี หลายคนคงเคนพูดว่า รองเท้าราคาขนาดนี้
รวยอย่างเดียวคงซื้อไม่ได้ (ต้องโง่ด้วย) นั้นคือคนพูดจากปากคนที่ไม่เข้าใจวิถีของ สนีกเกอร์อย่างถ่องแท้หรือดีพอ
ในทุกๆวงการสินค้ามีมูลค่า กับคนที่เห็นค่า ไม่เช่นนั้น เซียนพระคงไม่ซื้อ พระเครื่องราคาหลายสิบล้าน หรือว่า
เหล่าโอตะก็คงไม่ยอมควักเงินเป็นแสนเพื่อซื้อภาพ SSR ของน้องๆวง BNK48 กันอย่างแน่นอน หรือว่านักเล่นปลาคาร์ฟ
ยอมลงทุนซื้อปลาในราคาหลักล้าน เพราะแต่ละวงการมีความเชื่อ ในมูลค่าของสินค้าที่พวกเขาสะสม แน่นอนว่าเมื่อเพชร
พลอย ไปอยู่ในมือของฝูงลิงมันคงไม่ต่างจากหินธรรมดาก้อนหนึ่ง ในวงการสนีกเกอร์ก็เหมือนกัน
รองเท้าสนีกเกอร์ในปัจจุบันสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบ ได้แก่ รองเท้าสนีกเกอร์แบบใส่เล่นกีฬาและสำหรับออกกำลังกาย
ซึ่งเป็นต้นแบบของรองเท้าสนีกเกอร์ในยุคแรก ส่วนอีกแบบคือ รองเท้าสนีกเกอร์แฟชั่น สามารถใส่ออกกำลังกายเบาๆ
หากยกตัวอย่างรองเท้าสนีกเกอร์รุ่นที่โด่งดังในอดีต ซึ่งปัจจุบันนำกลับมาวางขายใหม่ คือ รองเท้าจากค่าย Adidas รุ่น
Stan Smith ย้อนกลับไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว รองเท้ารุ่นนี้เคยเป็นรองเท้าที่ใช้ใส่เล่นกีฬาประเภทเทนนิส และแบดมินตัน
เท่านั้น และปัจจุบันทางค่ายได้นำกลับมาวางขายใหม่
ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนรูปทรงและพื้นรองเท้าให้เข้ากับแฟชั่นในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นที่โด่งดังมากในขณะนี้
ในตอนนี้หากว่าจะถามว่า สนีกเกอร์ รุ่นอะไรที่กำลังฮิตและมาแรงสุดๆ ก็คงบอกยากแล้วแต่ความนิยม ชมชอบของกลุ่มคน
แต่รุ่นที่บอกได้ว่ามาแรงในตอนนี้และหากมีการเปิดจำหน่ายจะต้องแย่งกันแบบเอาเป็นเอาตายเลยนั่นก็คือ ในรุ่น adidas
yeezy boost 350 ที่ไม่ว่าจะรีสต็อกออกมากี่ครั้งก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูงจากแฟนๆ ในราคาหมื่นกว่าบาท
ในแต่ละสีที่หายาก ซึ่งตรงนี้กลายเป็นวัฒนธรรมของเหล่าสนีกเกอร์ ที่ต้องการเก็บสะสมรองเท้า และมีรองเท้าคู่หายาก
เอาไว้ครอบครองถือว่าเป็นการมีไอเท็มเหนือคนอื่น ทำให้การต่อสู้และราคาในตลาดเพิ่มมากขึ้นเหมือนกับหลักเศรษฐศาสตร์​
ความต้องการซื้อและความต้องการขาย จนมีการปั่นราคาแต่หลายคนก็ยอม
บอกเลยว่ามันคือยุคทองของสนีกเกอร์อย่างแท้จริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *