การแต่งกายภาคกลาง เอกลักษณ์ไทยแท้ที่แสนภูมิใจ

ภาคกลางถือเป็นภาคที่มีเอกลักษณ์แห่งความเป็นไทยแท้ฝังลึกมาตั้งแต่อดีต
และภาษากลางก็ถือเป็นภาษาราชการของไทยนั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่การแต่งกายของชนชาวภาคกลาง
จะเป็นการแต่งกายแบบไทยแท้ๆ และถือเป็นมาตรฐานไม่เหมือนภาคอื่นที่มีการรับวัฒนธรรมชาติอื่นเข้ามา
โดยในสมัยก่อนการแปลงแปลงระบอบปกครองชายไทยภาคกลางนิยมสวมใส่โจงกระเบน
สวมเสื้อสีขาวติดกระดุม 5 เม็ด ที่เรียกว่า &ราชประแตน&ไว้ผมสั้นข้างๆ ตัดเกรียนถึงหนังศีรษะ ข้างบนหวีแสกกลาง
เรียกว่า “มหาดไทย”ส่วนผู้หญิงไทยภาคกลางสมัยก่อนการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง นิยมสวมใส่ผ้าซิ่นยาวครึ่งแข้ง ห่มสไบเฉียงตามสมัยอยุธยา
ทรงผมเกล้าเป็นมวย และสวมใส่เครื่องประดับเพื่อความสวยงามนอกจากนี้การแต่งกายในภาคกลางก็จะเปลี่ยนไปตามยุคสมัยการ
ปกครอง ไม่เหมือนกับภาคอื่นๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างเช่นในยุค พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 5 จะให้เด็กทั้งหญิงและชายนุ่งโจงกระเบนและมัดผมจุกด้วยขณะเดียวกันก็ห้ามคนแต่งตัวไม่สมควร
มิให้ไปมาในพระราชฐานที่เสด็จออกโดยห้ามผู้ใหญ่ทั้งชายหญิงสวมแต่เสื้อชั้นในหรือไม่สวมเสื้อเลย
หรือนุ่งกางเกงขาสั้นเหนือเข่าหรือนุ่งผ้าหยักรั้งไม่ปิดเข่าหรือนุ่งโสร่งหรือสวมรองเท้าไม่มีถุงเท้า ไม่ว่ารองเท้าชนิดใดๆ
ตลอดไปจนถึงเด็กที่เปลือยกายเข้ามาในบริเวณพระราชวังชั้นนอกด้านหน้ากับบริเวณวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ยกเว้นคนทำงานขนของก่อสร้าง กวาดล้างถ้าผู้ใดฝ่าฝืนให้นายประตูขับไล่ห้ามปราม
ถ้าไม่ฟังให้จับส่งศาลกระทรวงวังตัดสินโทษ ปรับไม่เกินคราวละ 20 บาท หรือขังไว้ใช้การไม่เกินคราวละ 15 วัน
หรือทั้งปรับทั้งขังตามควรแก่โทษ ซึ่งชุดที่เป็นทางการที่สุดในแบบรัชกาลที่ 5 คือ
ชุดราชปแตน ใช้ได้กับการใส่เพื่อเข้าร่วมงานพิธีแบบไทย
หรือเป็นชุดสำหรับเจ้าบ่าว ในพิธีหมั้นหรือพิธีมงคลสมรส
ชุดนี้โดยปกติจะใส่กับโจงกระเบน มีให้เลือก 8 สีด้วยกันตัดเป็นสำเร็จรูปขอบยางยืด
นั่นคือจุดเริ่มต้นของเครื่องแต่งกายที่เปลี่ยนไปในภาคกลางและประเทศไทย
เพราะสมัยต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5
ได้ปรับปรุงตามแบบประเพณีนิยมสากลของชาวตะวันตกเป็นครั้งแรก
กระทั่งเสด็จประพาสอินเดีย-พม่า ในปี พ.ศ.2414 ก่อนมีพระราชดำริว่า การสวมเสื้อนอกแบบฝรั่ง
ซึ่งต้องมีเสื้อเชิ้ตสวมข้างใน แล้วยังมีผ้าผูกคออีกด้วยไม่เหมาะสมกับอากาศร้อนของเมืองไทย
จึงดัดแปลงมาเป็นเสื้อราชปะแตนนั่นเองกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน
ประเทศไทยและผู้คนภาคกลางยังคงรับวัฒนธรรมการแต่งกายของชาติตะวันตกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ชุดอย่างเป็นทางการที่ใส่กันจึงเปลี่ยนเป็นสูทขณะที่ชุดทั่วไปยังคงเน้นเชิ๊ตเพื่อความภูมิฐาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *