5 วิธีทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบที่ถูกต้อง

1.ถอดทุกอย่างออกก่อน
เนื่องจากขี้เกียจผูกเชือกรองเท้า ใส่พื้นใหม่ยุ่งยาก หลายคนจึงติดนิสัยไม่ยอมปลดเชือก
ถอดพื้นรองเท้าออกตอนทำความสะอาด ส่งผลให้ปัด ล้าง เช็ด ถู ได้ไม่ทั่วทุกซอกทุกมุม
ซักแล้วก็ยังมีคราบสกปรกหลงเหลืออยู่ เรื่องนี้แก้ง่าย ๆ แค่ปลดออกซะ แล้วจะเจอทางสว่างเอง
2. เคาะฝุ่นออก
โปรดจำไว้เลยไม่ว่าหยิบมาใส่หรือไม่ใส่ ฝุ่นและสิ่งสกปรกก็เข้าไปสะสมตามซอกรองเท้าได้ตลอดเวลา
อย่างแรกควรเริ่มต้นด้วยการเคาะเอาฝุ่นออกเสียก่อน จากนั้นก็ใช้แปรงรองเท้าขนนุ่มหรือแปรงสีฟันเก่าปัดเบา ๆ
ให้ทั่ว ขั้นตอนนี้จะช่วยป้องกันปัญหาคราบติดฝังลึกจนล้างไม่ออก
3.ใช้น้ำยาทำความสะอาด
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดรองเท้าส่วนใหญ่จะเป็นแบบโฟมและน้ำยา
ไม่มีอะไรมากแค่ทำตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด รองเท้าหนังควรใช้แปรงขนแข็ง, รองเท้าผ้าใบ ตาข่าย
หนังกลับ ใช้แปรงปัดขนนุ่ม จากนั้นใช้ผ้าสะอาดเช็ดวน ๆ เป็นวงกลม และทำซ้ำอีกครั้งหากมีคราบฝังลึก
4. รีบทำให้แห้ง

เมื่อซักเสร็จแล้วอย่ารอช้ารีบนำมาเข้ากระบวนการอบแห้งทันที เพื่อไม่ให้เกิดความอับชื้น
สาเหตุหลักของเชื้อราและกลิ่นไม่พึงประสงค์ ตัวเลือกที่เหมาะสมคือ
การวางตากในอุณหภูมิห้องตรงที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก หรือใช้ผ้าขนหนูไมโครไฟเบอร์ค่อย ๆ เช็ดไปเรื่อย ๆ ก่อน
แล้วค่อยตากก็ได้
5. เก็บในที่ที่เหมาะสม
พอแห้งสนิทก็ควรเก็บเข้าที่เข้าทางให้เรียบร้อย กันฝุ่นละอองเกาะติด และหลีกเลี่ยงการปล่อยตากแดด โดนลมนาน ๆ
เพราะจะทำให้สีซีดไว หนังและพื้นยางเสื่อมสภาพ…

View More 5 วิธีทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบที่ถูกต้อง

4 แบรนด์ดังผู้ผลิตรองเท้าผ้าใบแฟชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย

วงการแฟชั่นกำลังเติบโตขึ้นนั่นทำให้การแข่งขันสูงขึ้นตามไปด้วยทำให้หลายแบรนด์ที่อยู่ในแวดวงกา
รแฟชั่นต่างเดินหน้าผลิตสินค้าของตัวเองเพื่อนำเข้ามาตีตลาดกันมากมายเช่นเดียวกับสินค้าแฟชั่นอย่าง
รองเท้าผ้าใบก็มีหลายแบรนด์ต่างดีไซน์ออกมาแข่งขันกันอย่างสูง และดุเดือด
เราจึงขอจัดอันดับแบรนด์ดังที่ผลิตรองเท้าผ้าใบแฟชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน
ไนกี้
เริ่มกันที่แบรนด์ดังสัญชาติอเมริกาคงแทบไม่มีใครที่ไม่รู้จักแบรนด์นี้อีกแล้ว
เพราะไนกี้ถือได้ว่านอกจากจะเป็นแบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาชื่อดังยังเป็นแบรนด์ที่ผลิตรองเท้าชื่อดังอีก
ด้วย
โดยนับตั้งแต่อดีตไนกี้ถือได้ว่าเป็นที่นิยมมาโดยตลอดเอกลักษณ์ของไนกี้คือเครื่องหมายถูกที่แม้จะเป็นโ
ลโก้
แต่มันก็เป็นเครื่องหมายการค้าของพวกเขาสำหรับไนกี้นั้นการดีไซน์รองเท้าแฟชั่นก็ทำได้ดีไม่แพ้รองเท้
ากีฬาเลยทีเดียวที่น่าสนใจอย่างมากคือพวกเขาเน้นให้ความสำคัญกับการสวมใส่ที่สบายจะเห็นได้ว่าบาง
แบรนด์ที่ผลิตรองเท้าฟชั่นบางครั้งมักให้ความสำคัญกับดีไซน์ภายนอกมากกว่าโดยไม่คำนึงถึงความสำคั
ญภายในเมื่อมีผู้ซื้อไปใช้งานก็มักจะมีปัญหารองเท้ากัดหรือบีบเกินไปจนเกิดแผลกดทับ
และมีปัญหาตามมาทีหลัง
แต่ปัญหานี้แทบไม่เกิดขึ้นกับรองเท้าแฟชั่นของไนกี้เพราะมีการออกแบบมาอย่างดีนั่นเพราะพวกเขาต้อง
ออกแบบรองเท้ากีฬาให้สวมใส่สบายที่สุดจึงทำให้การดีไซน์รองเท้าแฟชั่นก็ต้องใส่แล้วรู้สึกดีด้วยเช่นกั

นอกจากนี้เรื่องของดีไซน์ก็จัดว่ายอดเยี่ยมไนกี้เองมีการดีไซน์มาให้เลือกทั้งแบบสีสันฉูดฉาดหรือจะเป็น
แบบสีโทนเรียบๆแต่ดูดีก็มี
ดยรองเท้าแฟชั่นของไนกี้ที่ได้รับความนิยมที่สุดคือรุ่นแอร์แม็กซ์ที่ในปัจจุบันที่การผลิตออกมาแล้วหลาย
รูปแบบ ซึ่งมันได้รับความนิยมอย่างมากจนถึงเวลานี้
อดิดาสเมื่อพูดถึงไนกี้จะไม่มีการกล่างถึงแบรนด์ดังสัญชาติเยอรมันก็คงจะผิดวิสัยเพราะถือได้ว่าอดิดาสกั
บไนกี้นั้นแทบจะเป็นไม้เบื่อไม้เมาคู่แข่งตัวยงที่ทั้งคู่มักพยายามแข่งกันผลิตสินค้าของตัวเองออกมาอยู่ตล
าดเวลา โดยอดิดาสมักดีไซน์รองเท้าแฟชั่นที่รูปทรงแปลกตา
แต่สวมใส่สบายนอกจากนี้รองเท้าที่ถูกผลิตออกมาส่วนใหญ่ยังสามารถใช้ได้กับทั้งการเดินเที่ยว
และเล่นกีฬาได้ตัวเดียวอีกด้วย
ซึ่งสำหรับอดิดาสเองเรียกได้ว่าในแต่ละปีนอกจากจะทำยอดขายรองเท้ากีฬาได้มหาศาล
ส่วนหนึ่งพวกเขาก็สามารถทำรายได้ถล่มทลายจากการผลิตสินค้าประเภทรองเท้าแฟชั่นออกมาส่งจำหน
ายทั่วโลกเช่นเดียวกัน…

View More 4 แบรนด์ดังผู้ผลิตรองเท้าผ้าใบแฟชั่นที่ได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย

เสริมหล่อให้ดูเนี๊ยบที่สุดเมื่อทรงผมคือจุดสำคัญ

การดูแลทรงผมของนักกีฬากับการลงแข่งขันในแต่ละแมตช์ตอนนี้เรียกได้ว่าเป็น
ของคู่กันเลยก็ว่าได้ ผมต้องเนี้ยบ ทรงตรงเป๊ะ ว่ามีผลิตภัณฑ์ประเภทไหนที่หนุ่มๆเลือกใช้กัน
โดยครั้งนี้เราหยิบเอาผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมแต่ละแบบมาให้ดูกันว่ามีแบบไหนบ้าง เพราะบางคนสับสน
ไม่ว่าจะเรียกผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมก็เรียกเจล แว็กซ์ไปทั้งนั้น
คราวนี้เราขอมาไขความกระจ่างให้ดูว่ามีกี่แบบแล้วแต่ละแบบเหมาะกับทำทรงผมอะไร?
1. Gel (เจล)ถ้าใครต้องการให้ผมอยู่ทรงเป็นนานๆ หรืออยากเซ็ตผมให้ตั้งๆ
ก็ต้องตัวนี้เลย “เจล” ให้ใช้ขณะที่ผมเปียก ทริคง่ายๆ คือ
ถูเจลเล็กน้อยที่ฝามือไปมา แล้วเซ็ตผมตามทรงที่เราต้องการ
ถ้าอยากให้ผมตั้งให้ใช้ไดร์เป่าผมช่วย
ลงสนามแค่ไหนผมไม่กระดิกก็เจลนี่แหละฮ่ะ เพราะมันค่อนข้างแข็งมีแห้งแล้ว
2. Cream (ครีม)ผลิตภัณฑ์ครีมกับเส้นผมก็มีเหมือนกันนะคุณ
ตัวนี้ถึงแม้ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไรนัก แต่ขอบบอกว่าช่วยถนอมผมด้วย
ช่วยให้เส้นผมดูเงางามสุขภาพดี
เนื้อครีมค่อนข้างบางเบาเมื่อเซ็ตแล้วทรงผมที่ได้มาจะดูเป็นธรรมชาติ
ใครที่ชอบลุคง่ายๆ ดูเป็นกันเอง ให้ใช้ครีมสำหรับผมนี่แหละเหมาะสุดๆ
จะใช้ตอนผมเปียกหมาดๆ หรือผมแห้งก็ได้นะ
3. Wax (แว็กซ์)คนที่สไตล์วินเทจอินดี้ๆ หรือชอบผมที่ดูเปียกเงางามตลอดเวลา
ก็ตัวนี้แหละ แต่ขอบอกว่าล้างออกยากสุดๆ คนที่ผมแห้งใช้ตัวนี้ก็เหมาะ
เพราะผมจะดูชุ่มชื้น อยากได้ลุคเท่ๆ ดูดีๆ ก็ใช้ตัวนี้ช่วย ถูแว็กซ์ที่มือเล็กน้อย
ลูบไล้ที่ผม แล้วใช้หวีช่วยอีกครั้ง เนี้ยบแน่ๆ
4. Fiber Wax (ไฟเบอร์ แว็กซ์)ตัวนี้เป็นไฟเอบร์ที่ผสมกับแว็กซ์ เหมาะสำหรับหนุ่มๆ
ที่มีเส้นผมหนา แล้วจัดแต่งทรงผมยาก ตัวนี้ช่วยได้เยอะ
เพียงลูบไล้ไฟเบอร์แว็กซ์ที่มือเล้กน้อย แล้วจัดแต่งทรงผมตามที่เราต้องการ
สางผมด้วยมือให้ได้รูปทรง ได้ลุคเซอร์ๆ นิด ดูไม่เป็นทางการดี
แต่ต้องเซ็ตในขณะที่ผมเปียกหมาดๆ ด้วยนะ เพราะประสิทธิภาพจะดียิ่งขึ้น
5. Spray (สเปรย์)สำหรับนักกีฬาที่ต้องเล่นกีฬากลางแจ้ง หรือหนุ่มๆ
ที่ต้องเผชิญกับแสงแดดบ่อยๆ สเปรย์ช่วยได้เยอะ
เพราะบางยี่ห้อมีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดด อย่าง UVA และ UVB “สเปรย์”
ช่วยเซ็ตผมให้ดูหนา แถมเพิ่มความเงางามได้ดีทีเดียว
เวลาใช้ควรหลีกเลี่ยงการฉีดใกล้ผม ให้เว้นระยะระหว่างผมกับสเปรย์สักประมาณ
6 นิ้ว ไม่งั้นมันจะชุ่มมาก
เพราะบางตัวมีส่วนผสมของน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ผมอาจเสียได้ง่ายๆ ต้องระวัง…

View More เสริมหล่อให้ดูเนี๊ยบที่สุดเมื่อทรงผมคือจุดสำคัญ

เทคนิคการเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับรูปร่าง

การเลือกซื้อผ้าเพื่อที่จะสวมใส่ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่สามารถมองข้ามไ
ด้ แม้ว่ายุคสมัยในปัจจุบันนั้นจะเปลี่ยนไป
มีเทรนด์การแต่งตัวแปลกๆใหม่ๆ เข้ามาอย่างมากมาย
ซึ่งแน่นอนว่าจะยึดเอาตามกระแสอย่างเดียวก็คงจะไม่ได้
อย่างน้อยก็ควรที่จะคำนึงถึงรูปร่างของตัวเองเป็นหลัก
เพื่อที่จะดูแล้วเหมาะสมดูสวยไร้ที่ติ

โดยหลักๆแล้วการเลือกเสื้อผ้าอันดับแรกนั้นต้องดูที่รูปร่างของตนเองเสี
ยก่อน
โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่เรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกนั้นเป็นเรื่องสำคัญ
เรามาดูกันว่าสาวๆแต่รูปร่างนั้นควรจะเลือกเสื้อผ้าอย่างไรให้เหมาะสม
1.รูปร่างผอมสูง
สำหรับสาวๆที่มีหุ่นผอมสูงเรียก การเลือกกระโปรงยาวใต้เข่า
ผ่าข้างอวดขาเรียวยาวกระโปรงที่สั้นมากๆ จะทำให้ขาดูยาวมากไป
สำหรับเนื้อผ้าควรเป็นเนื้อผ้าที่ทิ้งตัวดีและเลือกผ้าสีอ่อน
เลือกเข็มขัดเส้นหนาจะช่วยพรางให้ดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น
สาวผอมสูงอาจไม่ต้องการความสูงอีกแล้ว
แต่อย่าสวมรองเท้าส้นราบติดพื้นในโอกาสพิเศษ
ควรหารองเท้าส้นสูงซักเล็กน้อยช่วยให้สวนเป็นผู้หญิงและช่วยให้เรียว
ขาน่ามอง
2.รูปร่างใหญ่อวบ
แน่นอนปัญหาคือรูปร่าง
เพราะฉะนั้นการที่จะเลือกชุดเดรสทั้งตัวแบบรัดรูปไม่ค่อยเหมาะกับสาว
ร่างใหญ่
ควรที่จะเลือกชุดแยกชิ้นที่พอดีตัวสวมใส่แล้วรู้สึกสบายไม่รัดจนแน่น
กระโปรงยาวเลยเข่าเหมาะที่สุด
สาวร่างใหญ่มักจะพยายามเลือกเสื้อผ้าแบบที่ปิดบังรูปร่าง
แต่ยิ่งพยายามพรางอยู่ในชุดมิดชิดมากเท่าใดก็จะยิ่งทำให้ดูตัวโตขึ้นเท่

านั้น หากเลือกชุดมีลายควรเลือกลายอ่อนๆ
และอย่าให้มีหลากสีสันมากเกินไปเลือกรองเท้าส้นสูงปานกลางเพื่อช่วย
ให้น่องดูเรียวยาวและช่วยส่งให้ชุดที่ใส่อยู่ดูหรูขึ้น
3.รูปร่างเล็ก
ถือว่าเป็นรูปร่างที่ใครๆหลายคนต่างอิจฉา
เพราะว่าสาวที่รูปร่างเล็กน้อยสามารถที่จะสวมใส่เสื้อผ้าได้หลากสไตล์
ถ้าต้องการแต่งตัวแบบสวยหรูดูสง่าขาเรียวยาวก็ให้เลือกกระโปรงทรงต
รง ส่วนเสื้อท่อนบนควรมีขนาดพอดีตัวกระโปรงสั้น
ทำให้สาวร่างเล็กดูเป็นเด็กน้อย
ไม่ใช่สาวพราวเสน่ห์อย่างที่หวังไว้ถ้าชอบชุดมีลวดลายก็ควรมีขนาดพ
อเหมาะและไม่โดดเด่นจนเกินไป เลือกเข็มขัดเส้นบางๆ
สีตัดกับชุดไม่ถึงกับต้องใช้สีตรงข้ามแบบสุดขั้ว
เป็นสีที่พอจะเบรกกันได้จะดูเก๋กว่า เลือกรองเท้าส้นสูงประมาณ 2
นิ้วครึ่ง หรือ 3 นิ้วก็พอ ไม่ต้องสูงมาก
4.รูปร่างทรงลูกแพร์
สำหรับสาวๆ ที่มีรูปร่างทรงลูกแพร์จะมีช่วงสะโพกที่ค่อนข้างใหญ่
ดังนั้นควรจะปรับความสมดุลของรูปร่างด้วยชุดเดรสคอวีหรือตกแต่งส่ว
นตัวเสื้อด้านบน เช่น ปักเลื่อม หรือใช้ผ้าสีสดหรือสีสว่าง
โดยเฉพาะผ้าเนื้อมันวาวอย่างผ้าไหมก็จะช่วยพรางรูปร่างของคุณได้
ถ้าชอบลายอาจเลือกเนื้อผ้าที่มีลวดลายสะดุดตาเล็กน้อยใส่ตุ้มหูและรอง
เท้าสีเดียวกันเพื่อช่วยให้ดูกลมกลืน
ซึ่งรูปร่างแบบนี้กระโปรงทรงเอนั้นเหมาะมากสำหรับการพรางสะโพกใ
ห้สาวหุ่นลูกแพร์มากหรืออาจพรางได้ด้วยการสวมเสื้อกับกระโปรงแยก
ชิ้นและเสื้อยาวคลุมสะโพกกระโปรงเลยเข่าเล็กน้อยเน้นโทนสีธรรมชาติ…

View More เทคนิคการเลือกเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับรูปร่าง

การแต่งกายภาคกลาง เอกลักษณ์ไทยแท้ที่แสนภูมิใจ

ภาคกลางถือเป็นภาคที่มีเอกลักษณ์แห่งความเป็นไทยแท้ฝังลึกมาตั้งแต่อดีต
และภาษากลางก็ถือเป็นภาษาราชการของไทยนั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่การแต่งกายของชนชาวภาคกลาง
จะเป็นการแต่งกายแบบไทยแท้ๆ และถือเป็นมาตรฐานไม่เหมือนภาคอื่นที่มีการรับวัฒนธรรมชาติอื่นเข้ามา
โดยในสมัยก่อนการแปลงแปลงระบอบปกครองชายไทยภาคกลางนิยมสวมใส่โจงกระเบน
สวมเสื้อสีขาวติดกระดุม 5 เม็ด ที่เรียกว่า &ราชประแตน&ไว้ผมสั้นข้างๆ ตัดเกรียนถึงหนังศีรษะ ข้างบนหวีแสกกลาง
เรียกว่า “มหาดไทย”ส่วนผู้หญิงไทยภาคกลางสมัยก่อนการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง นิยมสวมใส่ผ้าซิ่นยาวครึ่งแข้ง ห่มสไบเฉียงตามสมัยอยุธยา
ทรงผมเกล้าเป็นมวย และสวมใส่เครื่องประดับเพื่อความสวยงามนอกจากนี้การแต่งกายในภาคกลางก็จะเปลี่ยนไปตามยุคสมัยการ
ปกครอง ไม่เหมือนกับภาคอื่นๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างเช่นในยุค พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 5 จะให้เด็กทั้งหญิงและชายนุ่งโจงกระเบนและมัดผมจุกด้วยขณะเดียวกันก็ห้ามคนแต่งตัวไม่สมควร
มิให้ไปมาในพระราชฐานที่เสด็จออกโดยห้ามผู้ใหญ่ทั้งชายหญิงสวมแต่เสื้อชั้นในหรือไม่สวมเสื้อเลย
หรือนุ่งกางเกงขาสั้นเหนือเข่าหรือนุ่งผ้าหยักรั้งไม่ปิดเข่าหรือนุ่งโสร่งหรือสวมรองเท้าไม่มีถุงเท้า ไม่ว่ารองเท้าชนิดใดๆ
ตลอดไปจนถึงเด็กที่เปลือยกายเข้ามาในบริเวณพระราชวังชั้นนอกด้านหน้ากับบริเวณวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ยกเว้นคนทำงานขนของก่อสร้าง กวาดล้างถ้าผู้ใดฝ่าฝืนให้นายประตูขับไล่ห้ามปราม
ถ้าไม่ฟังให้จับส่งศาลกระทรวงวังตัดสินโทษ ปรับไม่เกินคราวละ 20 บาท หรือขังไว้ใช้การไม่เกินคราวละ 15 วัน
หรือทั้งปรับทั้งขังตามควรแก่โทษ ซึ่งชุดที่เป็นทางการที่สุดในแบบรัชกาลที่ 5 คือ
ชุดราชปแตน ใช้ได้กับการใส่เพื่อเข้าร่วมงานพิธีแบบไทย
หรือเป็นชุดสำหรับเจ้าบ่าว ในพิธีหมั้นหรือพิธีมงคลสมรส
ชุดนี้โดยปกติจะใส่กับโจงกระเบน มีให้เลือก 8 สีด้วยกันตัดเป็นสำเร็จรูปขอบยางยืด
นั่นคือจุดเริ่มต้นของเครื่องแต่งกายที่เปลี่ยนไปในภาคกลางและประเทศไทย
เพราะสมัยต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5
ได้ปรับปรุงตามแบบประเพณีนิยมสากลของชาวตะวันตกเป็นครั้งแรก
กระทั่งเสด็จประพาสอินเดีย-พม่า ในปี พ.ศ.2414 ก่อนมีพระราชดำริว่า การสวมเสื้อนอกแบบฝรั่ง
ซึ่งต้องมีเสื้อเชิ้ตสวมข้างใน แล้วยังมีผ้าผูกคออีกด้วยไม่เหมาะสมกับอากาศร้อนของเมืองไทย
จึงดัดแปลงมาเป็นเสื้อราชปะแตนนั่นเองกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน
ประเทศไทยและผู้คนภาคกลางยังคงรับวัฒนธรรมการแต่งกายของชาติตะวันตกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ชุดอย่างเป็นทางการที่ใส่กันจึงเปลี่ยนเป็นสูทขณะที่ชุดทั่วไปยังคงเน้นเชิ๊ตเพื่อความภูมิฐาน…

View More การแต่งกายภาคกลาง เอกลักษณ์ไทยแท้ที่แสนภูมิใจ

ทำความรู้จักกับ 5 เรื่องราวของ อร BNK48 ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน (2)

และมีช่วงหนึ่งที่คุณพ่อต้องเดินทางไปอยู่ต่างประเทศทำให้อรในช่วงม.2
ต้องอาศัยอยู่ในคอนโดตามลำพัง
จนทำให้อรเกิดสภาวะซึมเศร้าเพราะต้องทนกับแรงเสียดสีของสังคมที่พวกเขาพูดว่าอี
กไม่นานเด็กคนนี้ต้องใจแตก เรียนไปจบ หรือแม้กระทั่งท้องก่อนแต่ง
ซึ่งความเครียดและแรงกดดันตรงนี้เคยทำให้อรถึงขนาดคิดฆ่าตัวตายมาแล้วในช่วงม
.ปลาย
แต่อรก็เข้มแข็งอย่างมากจนเธอสามารถก้าวผ่านคำพูดไม่ดีเหล่านั้นมาได้โดยที่เธอคิ
ดว่าพระเจ้าได้ช่วยชีวิตเธอเอาไว้และได้มอบชีวิตใหม่ให้กับเธอ
ดังนั้นเธอจะไม่ทอดทิ้งชีวิตนี้ไปและตั้งใจจะเป็นคนที่คอยมอบความรักและแสงสว่างใ
ห้กับคนอื่นต่อไป

4.โมเมนต์ที่อรชอบมากที่สุด
พอพูดถึงโมเมนต์ที่อรชอบมากที่สุดตั้งแต่มาเป็น BNK48
อรก็ตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่าอรชอบโมเมนต์ในงานจับมือมากที่สุด
เพราะมันทำให้อรรู้ว่าแฟนคลับรักและเป็นห่วงอรมากแค่ไหน
ทำให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นที่รักและอรก็สามารถส่งมอบความรักให้กับพวกเขาได้เช่นเดีย
วกัน มันเป็นช่วงเวลา 8 วินาทีที่มีค่ากับอรมากจริงๆ

5.แนวความคิดของอร
แต่ละคนก็มีแนวความคิดและมุมมองการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน
และสำหรับอรเธอมีแนวความคิดที่ว่าเราเกิดมาครั้งหนึ่งเราอยากทำอะไรต้องได้ทำ
ฝันอะไรก็ต้องทำให้ได้เพราะมันจะทำให้เรารู้ว่าเราชอบสิ่งนี้จริงหรือเปล่า
และสำหรับอรในตอนนี้อรยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่อรยังอยากทำ…

View More ทำความรู้จักกับ 5 เรื่องราวของ อร BNK48 ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน (2)

ตามรอยชุดไทยพระราชนิยม : ชุดไทยศิวาลัย

ช่วงนี้กระแสการแต่งกายด้วยชุดไทยกำลังเป็นที่นิยมเมื่อมีผู้ริเริ่มการแต่งกายด้วยแฟชั่นชุดไทยเดิมที่คนไทยหลายคน
หลงลืมไปแล้ว ให้กลับมาเป็นชุดไทยที่ร่วมสมัยสามารถสวมใส่กันในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่ขัดเขิน
นอกจากนี้การสวมสุดชุดไทยยังเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปะประจำชาติให้ผู้ที่พบเห็นได้ชื่นชมในความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราด้วย
ทั้งยังเป็นการสนับสนุนและสร้างรายได้ให้กับฝีมือการทำหัตกรรม
ของคนไทยด้วยกันซึ่งชุดไทยในสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 มีต้นเดิมของเรื่องจากเมื่อครั้งที่
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถประสบปัญหาเรื่องเสื้อผ้าที่จะใช้เป็นแบบฉบับหรือชุดประจำชาติที่
เหมาะกับสมัยเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเพราะ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เตรียมเครื่องแต่งกายตามเสด็จ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ไปเยือนยุโรปและอเมริกาอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2503
ด้วยปัญหานี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงให้หม่อมหลวงมณีรัตน์ บุนนาคไปพบกับอาจารย์ที่มีความรู้ทางประวัติศาสตร์
เพื่อช่วยกันค้นคว้าและออกแบบขึ้นมาใหม่ และได้เกิดเป็น“ชุดไทยพระราชนิยม” ขึ้นมา
โดย ชุดพระราชนิยมจะเป็นชุดที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมและผ้าซิ่นเป็นหลัก มีทั้งหมดด้วยกัน8 ชุด ตามโอกาสและวาระต่างๆ ในการใช้งาน
ซึ่งบทความนี้เราจะนำทุกท่านไปรู้จัก ชุดไทยศิวาลัย ชุดประเภทที่8 ประเภทสุดท้ายในชุดไทยพระราชนิยม
ชุดไทยศิวาลัย
ชุดไทยศิวาลัย ตั้งชื่อตามพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท
พระที่นั่งที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5โปรดเกล้าฯ
ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลก่อนทุกพระองค์
นั่นทำให้ ชุดไทยศิวาลัยกลายเป็นชุดไทยพระราชนิยมแบบสุดท้าย
สำหรับใช้ในงานพระราชิพิธีเต็มยศ คล้ายกับ ชุดไทยบรมพิมานคือเสื้อแขนยาว คอตั้งเล็กน้อย
แต่ห่มสไบปักลายไทยอย่างสไบชุดไทยจักรพรรดิแต่ไม่ต้องมีแพรจีบรองพื้น แล้วห่มทับเสื้อด้านในอีกชั้น
ส่วนตัว ซิ่น เย็บติดกับตัวเสื้อแบบชุดไทยบรมพิมานเป็นไหมยกดิ้นทอง ตัดแบบหน้านาง มีชายพก คาดเข็มขัด
แต่งเครื่องประดับตามสมควร มักใช้ในงานตอนค่ำ งานเลี้ยงงานฉลองสมรส หรือ งานพิธีเต็มยศ
เหมาะสมสำหรับช่วงอากาศเย็น เพราะมีหลายชั้นสรุปคือ ชุดไทยศิวาลัย
เป็นชุดที่ใช้ในโอกาสงานพระราชพิธีเต็มยศ ใช้สไบและเข็มขัด,เสื้อด้านหน้า เป็นแบบผ่าหลัง, คอเสื้อเป็นคอกลม ขอบตั้ง,
แขนเสื้อ คือแขนยาว, ลักษณะผ้าถุง มีหน้านาง และชายพกนั่นเอง…

View More ตามรอยชุดไทยพระราชนิยม : ชุดไทยศิวาลัย

แต่งกายอย่างไรให้สวยใสในหน้าฝน

ฤดูฝน เป็นช่วงเวลาแห่งกายเปียกปอนและหดหู่อย่างแท้จริงโดยเฉพาะสาวๆ ที่รักสวยรักงาม ฤดูกาลนี้ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจ
เพราะมีแนวโน้มว่าการแต่งตัวอาจจะพัง ไม่ว่าจะปังมากแค่ไหนเนื่องจากมีสิทธิ์โดนเม็ดฝนชำระล้างนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผู้คนชาวโลกเข้าถึงแฟชั่นได้ง่ายขึ้นไม่เหมือนสมัยก่อนที่มีเสื้อผ้าให้เลือกเพียงไม่กี่แนว ดังนั้น
การแต่งตัวให้สวยปังแบบไม่กลัวพังในช่วงหน้าฝนจึงเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
เริ่มจากเรื่อง “ผ้า” ก่อน
ในฤดูฝนที่มีความเสี่ยงต่อการเปียกปอน
การเลือกเสื้อผ้ามาสวมใสของสาวๆ ควรเน้นเสื้อผ้าที่ไม่อมน้ำ
อย่าง ผ้าฝ้าย หรือ ผ้าลินิน ซึ่งผ้าพวกนี้ใส่สบาย
แถมแห้งเร็วอีกต่างๆ รับรองไม่มีอึดอัดแม้โดนฝนฟ้ากลั่นแกล้ง
ส่วนผ้าที่ควรหลีกเลี่ยง ย่อมหนีไม่พ้น แจ๊คเก็ต และ ยีนส์เพราะอย่างที่ทราบว่าเสื้อผ้าพวกนี้มันอมน้ำ
เปียกมาทีแบกน้ำหนักตัวขึ้นเวทีได้แล้ว ดังนั้น กางเกงยีนส์ที่เป็นแฟชั่นของใครหลายคน ควรหลีกเลี่ยงในฤดูฝน
เก็บให้ห่างจากมือจะดีทีสุดแต่หากมีความจำเป็นหรือต้องการใส่กางเกงขายาว
กางเกงลินินคือตัวเลือกที่ใช่แถมกำลังกลายเป็นแฟชั่นฮอตฮิตในช่วงหน้าฝนด้วย
เพราะนอกจากเนื้อผ้าจะแห้งเร็วแล้ว ยังสวมใส่สบายแถมทรงสวยดูดีด้วย
หรือหากจะเปลี่ยนเป็นผ้าชิ้นเดียวในช่วงฤดูฝนเลยก็เป็นอะไรที่ฮอตฮิตไม่แพ้กัน อาทิเช่น ชุดจั้มสูท หรือ ชุดเอี๊ยม
จะแบบสั้นหรือแบบยาวได้หมด รับรองปังแน่นอนเพราะนอกจากจะช่วยให้กระฉับกระเฉงแล้ว
ยังดูคล่องตัวน่ารักสดใสด้วย
ส่วน “สี” ของเสื้อผ้านในฤดูฝน
อย่างที่เราบอกไปว่าหน้านี้เปรียบเสมือนอารมณ์ที่เศร้าหมอง
ดังนั้น หากต้องการดูปังดูคูล ควรเลือกเสื้อผ้าสีสันสดใส อาทิเช่น
สีเหลืองมัสตาร์ด, สีเขียวขี้ม้า หรือ สีส้มอิฐที่กำลังได้รับความนิยมในสังคมไทย
ขยับมาที่การเลือก“รองเท้า” ยี่ห้ออะไรที่เป็นหนังแท้
ควรเก็บใส่ตู้ ไม่เอามาสวมเชิดฉาย เพราะนอกจากจะอับชื้นแล้วรองเท้ายังพังได้ง่ายอีกด้วย
ตัวเลือกที่เหมาะสมหากต้องการใส่ผ้าใบ คือหนังเทียมเพราะทำความสะอาดง่าย
และทนทานต่อการลุยน้ำมากกว่าหนังแท้
ปิดท้ายที่การเลือก “กระเป๋า” ซึ่งไม่ต่างจากรองเท้า
คืออะไรที่เป็นหนังแท้ควรเก็บใส่ตู้ไว้ก่อนและควรเลือกใช้กระเป๋าที่กันน้ำได้ในช่วงฤดูฝน
โดยปัจจุบันมีกระเป๋ากันน้ำให้เลือกหลากหลายแบรนด์แล้วแต่ความชอบและงบประมาณในกระเป๋าของทุกท่านเลย
ทั้งหมดทั้งมวลคือการเลือกสวมใส่เสื้อผ้าในช่วงฤดูฝนที่เรานำมาฝาก หลังจากนี้ก็อยู่ที่ท่านว่าจะเลือกมิกซ์ แอนด์ แมตช์
แฟชั่นของตัวเองอย่างไรแต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากกว่าเสื้อผ้า คือสุขภาพ ดังนั้นหมั่นดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ…

View More แต่งกายอย่างไรให้สวยใสในหน้าฝน

แต่งตัวอย่างไรให้ไฮแฟชั่น

1.เลือกโทนสีอ่อนหรือสีเบจ และเลือกแมทช์ไอเท็มโทนสีใกล้เคียงกัน เช่น สีเอิร์ธโทน หรือสีโทนสุภาพ
เพราะจะทำให้ลุคดูเรียบหรู ราคาแพง

2.อย่านุ่งสั้นจนเกินไป หรือคับจนเกินไป
แฟชั่นที่แบบรัดติ้วทั้งบนทั้งล่าง ที่คิดว่าเซ็กซี่ แต่งไปแล้วดูไม่แพงสุด ๆ ควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่รัดได้
แต่อย่าฟิตทั้งบนทั้งล่าง ถ้าจะเลือกเสื้อรัดก็ให้ใส่กางเกงหรือกระโปรงที่หลวม ๆ ที่มีระบาย
แต่ถ้าอยากใส่กางเกงหรือกระโปรงรัด เสื้อด้านบนก็ควรหลวม

3.ใช้สินค้าที่มีคุณภาพ แบรนเนม
ไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินซื้อแบรนด์เนมหรือของแพงๆแต่การใช้กระเป๋า เข็มขัด ผ้าพันคอ หมวกและพร็อพอื่นๆ
ที่ทำมาจากเนื้อผ้าและวัสดุที่ดี เมื่อนำมาสวมใส่กับเสื้อผ้าแล้วมันก็ทำให้ดูดีขึ้นได้ อีกอย่างของพวกนี้ทนทาน
ซื้อแพงหน่อยแต่ใช้นาน ก็ถือว่าคุ้ม

4.เลือกรองเท้าที่สดใสหรือเปลือย
สีเหลือง, สีฟ้า, สีแดงและสีนู้ด แมตช์กับเสื้อผ้าง่ายแถวใส่แล้วดูโก้สุดๆ
หรือหารองเท้าที่โทนใกล้เคียงกับสีผิวจะทำให้ดูดีขึ้นได้เลยทีเดียว

5.มีความแพงด้วยลูกไม้สีขาว
การใส่ลูกไม้บ้างในบางครั้งก็ไม่ได้ทำให้แก่หรือเชยจนเกินไป แต่ต้องเป้นลูกไม้ที่คัตติ้งเนี้ยบนะ
ที่สำคัญควรเป้นสีขาวจะทำให้ลุคของคุณดูเป้นคุณหนูและแพงขึ้นเลยทีเดียว

6.ต้องมีเสื้อผ้าสีขาวติดตู้ไว้บ้าง
เสื้อเชิ้ต กางเกงขาสั้น และกางเกงยีนส์สีขาว เป็นเบสิคไอเท็มแถมมีอยู่ทุกบ้าน
และยังครีเอทลุคคุณให้ดูแพงแบบง่ายๆ ลองใส่เสื้อเชิ้ตขาวคู่กับกางเกงคูลอต หรือสกินนี่เท่ๆ
ก็ให้ลุคสาวมั่นแบบง่ายๆ อยากดูหวานก็ใส่ส้นสูง แต่ถ้าอยากดูแมนๆ เท่ๆ ก็ใส่สนีกเกอร์เลย

7.เปลี่ยนกระดุมเก่า การเปลี่ยนกระดุมก้ทำให้เสื้อผ้าสวยงามมากขึ้น ตัวอย่างเช่น
ชุดที่มีกระดุมพลาสติกไม่สวยงาม คุณก็เปลี่ยนมาใส่กระดุมโลหะจากเสื้อผ้าเก่าของคุณมาเปลี่ยนแทน
ก็ทำให้ชุดสวยดูแพงมีระดับขึ้นแล้ว

8.สปอร์ตเกิร์ล
เพิ่มความสปอร์ตให้กับชุด ด้วยรองเท้าผ้าใบสวยๆสักคู่
ที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของคุณดูเป็นธรรมชาติและเรียบง่ายดูลุคสปอตเกิร์ลขึ้นมาในทันที

9.ดูดีด้วยสูทแบบเนี้ยบ
เสื้อโค้ทขนสัตว์สีน้ำตาลอ่อนหรือสีเบจ เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ควรมีติดตู้
เพราะเมื่อไรหยิบขึ้นมาแมตช์กับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินคลาสสิค หรือกระโปรงทรงดินสอด้วยแล้ว
ก็ทำให้ลุควันนั้นของคุณปังขึ้นมาทันที…

View More แต่งตัวอย่างไรให้ไฮแฟชั่น

เลือกกระเป๋าอย่างไร? ให้เหมาะกับรูปร่าง 2 แบบ

แน่นอนว่า ทุกวันนี้ เวลาออกจากบ้าน
เราก็ต้องการสร้างความมั่นใจให้ตัวเองมากที่สุด ดังนั้น
เรื่องการแต่งตัวถือเป็นปัจจัยที่สำคัญมากๆ นอกจาก เสื้อผ้า , หน้าผม ,
เครื่องประดับต่างๆ ไปจนถึง รองเท้า ที่เราต้องใส่ใจแล้ว ในส่วนของกระเป๋า
ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน
แต่จะเลือกอย่างไรให้เหมาะสมกับรูปร่าง วันนี้เรามีคำตอบ สำหรับคนรูปร่าง 3
แบบ

เริ่มจาก สาวที่มีรูปร่างทรงคล้ายๆแอปเปิ้ล คือสาวๆ
ที่ส่วนใหญ่จะมีร่างกายช่วงบนกลม เอวหนา หน้าอกใหญ่ หรือเรียกง่ายๆว่า
สาวที่มีนาดใหญ่กว่าช่วงล่าง ที่ขาดูเพรียวแบบยาวกว่า ซึ่ง
ข้อควรระวังสำหรับการเลือกกระเป๋านั้น อย่าใช้แบบสะพายหูข้างสั้นเกินไป
เพราะเมื่อกระเป๋าอยู่บริเวณหน้าอก
ยิ่งทำให้ช่วงหน้าอกของเราดูกว้างขึ้นกว่าปกติ
แต่ก็มีความลับที่ทำให้ดูดีเช่นกัน โดยให้พยายามถือกระเป๋า
ตกลงไปที่บริเวณช่วงสะโพกที่แคบกว่า ร่างกายบริเวณช่วงบนแทน
ต่อมาเป็นสาวๆ ที่มีร่างกายช่วงล่าง
ตั้งแต่บริเวณสะโพกลงไปขนาดใหญ่กว่าร่างกายช่วงบน
ข้อควรระวังในการเลือกกระเป๋านั้น อย่าให้กระเป๋าไปอยู่ตรงสะโพกพอดี
เพราะยิ่งจะเป็นการดึงสายตาของคนที่เห็น
ไปยังบริเวณสะโพกที่ดูไม่สมูทของเรา และ อย่าพยายามสะพายกระเป๋า
ให้ยาวเกินสะโพกลงไปอีก ส่วนเคล็ดลับนั้น ควรเลือกสี หรือ รูปทรง
แบบที่ดึงดูดสายตาผู้พบเห็น
เพื่อทำให้ช่วงบนของเราดูผอมและโดดเด่นขึ้นไปอีก

สุดท้ายเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ข้อมูลที่เรากล่าวมานี้นั้น
จะเป็นประโยชน์ต่อสาวๆไม่มากก็น้อย ที่สำคัญ
หวังว่าจะทำให้สาวๆแลดูมั่นใจมากขึ้นไป…

View More เลือกกระเป๋าอย่างไร? ให้เหมาะกับรูปร่าง 2 แบบ