เสื้อผ้า แฟนชั่น ของเทศกาลกินเจ

เผลอแป๊บเดียว ปฏิทินก็วนมาจนเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีนอย่าง
เทศกาลกินเจ ที่ตรงกับวันที่ 9-17ตุลาคม 2561 ซึ่งถือเป็นงานบุญครั้งยิ่งใหญ่
จัดขึ้นเพื่องดเว้นบาปกรรมจากการกินเนื้อสัตว์ ชำระล้างให้ร่างกาย
รวมถึงจิตใจของเรากลับมาบริสุทธิ์อีกครั้ง และอีกหนึ่งข้อควรปฏิบัติในระหว่างเทศกาลก็คือ การนุ่งขาวห่มขาว
เพราะเชื่อกันว่า นอกจากจะต้องงดอาหารต่าง ๆ เพื่อล้างท้องภายในแล้ว ภายนอกต้องดูสะอาดเช่นกัน
ดังนั้นวันนี้เราจึงมี 3 แหล่งซื้อเสื้อผ้าสีขาว มาแนะนำ สายบุญที่เพิ่งเริ่มกินเจเป็นครั้งแรกแล้วยังไม่มีชุดใส่
รับรองว่าจบปัญหาเรื่องไม่รู้จะซื้อชุดขาวกินเจที่ไหนแน่นอน พร้อมแล้วก็คว้าเงินไปช้อปปิ้งกับเราได้เลยย..
1. ตลาดย่านเยาวราช
ถนนเยาวราช ย่านดังของชาวไทยเชื้อสายจีนที่จัดงานต้อนรับเทศกาลกินเจอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี
เรียกว่าตลอดสองข้างทางของถนนนั้นจะเรียงรายไปด้วยของกิน ทั้งโรงทาน โรงเจ
แถมศาลเจ้าแต่ละแห่งก็มีการแสดงงิ้วให้ดูเพลิน ๆ อีกด้วย
ซึ่งแน่นอนว่าเหล่าพ่อค้าแม่ค้าก็ไม่พลาดที่จะนำชุดขาวมาวางขาย เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อใส่กันตามใจชอบ
จะได้อินไปกับบรรยากาศแบบคนถือศีลแท้ ๆ จัดว่าอิ่มบุญ อิ่มใจ และสบายพุงกันไปถ้วนหน้าเลยทีเดียว
2. ตลาดพาหุรัด
จากแหล่งค้าขายผ้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย สู่ย่านช้อปปิ้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ และของจุกจิกยอดฮิตของทุกคน
เพราะเป็นตลาดขายส่งที่มีแต่ของราคาถูก ยิ่งจูงมือชาวแก๊งไปเลือกซื้อของกันแบบยกโหล
บอกเลยว่าหารแบ่งกันได้แบบคุ้มค่า คุ้มราคาเอามาก ๆ ที่สำคัญยังมีร้านค้าที่ขายเสื้อผ้าชุดขาวสำหรับเทศกาลกินเจ
และชุดขาวสำหรับปฏิบัติธรรมโดยเฉพาะเพราะฉะนั้นคอนเฟิร์มว่าสาวสายบุญมาช้อปปิ้งที่นี่แล้วไม่มีผิดหวังแน่นอนค่ะ
3. ตลาดวังหลัง
รู้ไหมเอ่ย ว่าตลาดวังหลังคู่ใจของชาวศิริราช ไม่ได้มีแต่อาหารอร่อย ๆ เพียงเท่านั้น
แต่ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งเสื้อผ้าสำคัญยอดฮิตอีกหนึ่งแห่ง ที่การันตีได้เลยว่าราคาถูกและคุณภาพค่อนข้างดี
มีทั้งมือหนึ่งและมือสองให้เลือกซื้อครบทุกสไตล์ สาววัยรุ่นจะช้อปเองก็ดี หรือจูงมือคุณแม่ไปเดินเล่นด้วยกันเก๋ ๆ
ก็ได้ และแม้จะเป็นย่านเก่าแก่แต่ก็อิงทันทุกกระแสเหมือนกัน เพราะเมื่อใกล้ช่วงกินเจทีไร
ร้านค้าก็จะเต็มไปด้วยเสื้อผ้าสีขาวกันเลย…

View More เสื้อผ้า แฟนชั่น ของเทศกาลกินเจ

งานละเอียด!เลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างไรให้เข้ากับคุณ

ว่ากันว่า ในเรื่องของการเลือกซื้อเสื้อผ้านั้น แม้ดูเผินๆ อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แต่ขณะเดียวกัน
สำหรับบางคนนั้น ก็คิดแล้วคิดอีก ไม่ต่างอะไรกับ กับคำถามที่ว่า วันนี้เราจะกินอะไรกันดี ดังนั้น
ท่ามกลางคำถามคาราคาซังต่างๆ ที่เกิดขึ้น วันนี้ เราจะพาคุณมาอ่านเคล็ดลับง่ายๆ ว่าแท้จริงแล้ว
เราควรเลือกซื้อผ้าอย่างไร จึงจะถูกต้อง , เหมาะสม และ คุ้มค่ามากที่สุด
เริ่มจาก ประโยชน์ในการใช้เสื้อผ้า นี่เป็นเรื่องที่เราต้องคำนึงเป็นอันดับแรกๆว่า เสื้อผ้าที่เราซื้อมานั้น นำไปใช้อะไร
สวมใส่เนื่องในโอกาสอะไร อย่างเช่น ถ้าเกิดเราใส่ไปงานศพ เราก็ต้องควรเลือกเสื้อผ้าแบบเรียบๆ
นอกจากต้องเป็นสีดำ หรือ สีขาว แล้ว ยังไม่ควรที่จะมีลวดลายอีกด้วย หรือถ้าเป็นงานแต่งงาน งานรื่มรมย์ ยินดี
ก็อาจจะเป็นเสื้อผ้าแนวสีฉูดฉาดหน่อยแล้วแต่คนชอบ ที่สำคัญ ต้องคำนึงด้วยว่าคุณภาพของผ้าทนทานแค่ไหน
ต่อมาเป็นเรื่องความสะดวก สบาย ในการสวมใส่ จริงๆแล้วเรื่องนี้แล้วแต่คนชอบเหมือนกัน
บางคนอาจจะชอบใส่เสื้อผ้าแบบหนาๆ บางคนอาจจะชอบใส่เสื้อผ้าแนวบางๆ แต่สิ่งสำคัญ เราต้องดูด้วยว่า
เราใส่ที่ไหน เช่นถ้าเราใส่นอน เราก็ควรเน้นเสื้อผ้าที่แบบสบายๆ ไม่รัด หรือ อึดอักมาก แต่หากใส่ไปข้างนอก
ก็แล้วแต่ว่าเราจะเลือกอะไร ใส่แล้วให้มั่นใจที่สุด
สุดท้าย น่าจะเป็นอีกหนึ่งเคสที่สำคัญ เราควรเลือก เสื้อผ้าคุณภาพดีๆหน่อย ไม่ใช่ว่า เมื่อนำมาซักแล้ว เสื้อผ้าหด หรือ
เสื้อผ้าขนาดเล็กลงจากเดิมมากๆ ดังนั้น เราควรเลือกเสื้อผ้าคุณภาพดีๆ ที่ซักแล้วไม่หด นอกจากใส่ได้นานๆแล้ว
ยังไม่รบกวนจิตใจเราด้วย
อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดแล้ว มันก็ขึ้นอยู่กับว่า แต่ละคนมีสไตล์การแต่งตัวอย่างไร และ เม็ดเงินในประเก๋าด้วย
ว่าสมดุลกับของที่เราจับจ่ายใช้สอยหรือไม่ ซึ่งสิ่งที่เรากล่าวมาเป็นเพียงแค่เคล็ดลับง่ายๆที่อยากบอกต่อเท่านั้น
ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ…

View More งานละเอียด!เลือกซื้อเสื้อผ้าอย่างไรให้เข้ากับคุณ

“เสน่ห์ของหนุ่มอวบร่างหมี”

ปัจจุบันมีหนุ่มๆร่างอวบจำนวนไม่น้อยเลยในบ้านเรา หนุ่มอวบหลายคน
อาจมีความกังวลใจและมีปัญหาในการเลือกเครื่องแต่งกายที่จะมาสวมใส่เพราะอาจจะหาได้ยากเเละไม่ค่อยเขากับรูปร่างของหนุ่มอวบ
ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในชุดที่จะสวมใส่ ใส่แล้วจะออกมาดูดีไหมซึ่งทำให้เกิดปัญหาทางความคิดได้
ซึ่งอยากจะใส่แบบหนุ่มหุ่นนายแบบบ้างก็รู้สึกเขินอาย วันนี้เราเอาใจ
“หนุ่มอวบร่างหมี” ด้วยคำแนะนำที่จะทำให้ หนุ่มอวบร่างหมีที่แสนจะขี้อาย
ไม่มั่นใจให้กลายเป็นหนุ่มอวบทรงสเน่ห์กัน
1. ใส่ชุดสีดำหรือสีทึบ
สำหรับหนุ่มอวบคนไหนที่ยังกังวลหรือไม่กล้าที่จะเลือกสไตล์การแต่งตัวที่มีสีสันฉูดฉาด
ให้เน้นไปทางสีดำหรือสีเข้มๆไปก่อนนะคะ
เนื่องจากสีโทนนี้จะทำให้เราดูสมาร์ทขึ้น ที่สำคัญ
สีเข้มนี้เองที่จะช่วยอำพลางพุงของเราได้ สีดำยังเป็นสีที่คลาสสิค
ได้รับความนิยมตลอดเวลา มีติดตู้เสื้อผ้าไว้ไม่มีเอ้าท์นะคะ
ลองลอมใส่กันดูรับรองได้ผลอย่างเเน่นอน
2. หนุ่มอวบแนวสตรีท การแต่งตัวสไตล์นี้ สำหรับคนที่ชอบเดินความชิลๆ
ในวันหยุดสบายๆ แต่ไม่เชยนะ การเพิ่มสีสันให้กับชีวิตด้วยเสื้อผ้าเเนวสตรีท
ขอรับรองว่าคนที่เดินผ่านไป ต้องกรี้ดทุกคนแน่นอนเลยค่ะ
เเละอาจจะทำให้เรามีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นด้วยหากได้เเต่งตัวเเนวนี้
3. หนุ่มอวบสายฮิป สไตล์การแต่งตัวนั้นก็ไม่ได้ยากกว่าสไตล์อื่นมากมาย
บางทีอาจจะง่ายกว่าด้วยซ้ำไปนะคะ แต่ต้องรู้จักแมทช์เสื้อผ้าเท่านั้นเอง
เเนวนี้มีสีให้เลือกไม่กี่สี แต่ต้องแต่ตัวให้คุมโทน Less but more
เจอสายฮิปหุ่นนายแบบว่าเท่ห์แล้ว
รับรองว่าเจอสายอวบฮิปเข้าไปก็ต้องเหลียวหลังมามองเหมือนกัน
ไม่เชื่อก็ลองไปเเต่งดูไม่เเน่ว่าอาจจะมีสาวมามองเราก็ได้ใครจะไปรู้
4. หนุ่มอวบทั้งหลาย ลองเปลี่ยนเครื่องประดับ เช่น เข็มขัด
เปลี่ยนจากแบบคาดเอวเป็นแบบอื่นๆ
เพราะแบบคาดเอวนั้นยิ่งทำให้เห็นรูปร่างของเราชัดมากขึ้น
อาจลองเปลี่ยนเป็นแบบเอี๊ยมบ้างก็ดีค่ะ
เเต่งเเบบนี้ก็เท่ไปอีกเเบบจะทำให้เราเป็นคนที่ดูเป็นคนมั่นใจในตัวเอง
อย่างตอนเเรกที่เขินอายในรูปร่างหากที่กล้าจัเปลี่ยนลุกเราก็ไม่ต้องกลัวอะไรลอง
หันมาสวมใสตามใจเราเองจะทำให้เรานั้นเป็นคนมีความมั่นใจมากขึ้น
5. หนุ่มอวบมีหนวด ลองทดลองไว้หนวดดูค่ะ เพราะการไว้หนวดนั้น
จะทำให้ลุคของเรานั้นดูเท่มากขึ้นด้วย เหมาะกับผู้ชายทุกคนเลยค่ะไม่ว่าจะอวบหรือผอม
การมีหนวดช่วยสร้างความเข้มขรึมให้กับผู้ชายได้เป็นเรื่องที่เท่ไปอีกเเบบกับผู้ชายที่มีหนวดหากใครสนใจลองไปไว้ดู
อาจจะทำให้ช่วยสร้างบุคลิคใหม่ของคุณเองก็ได้เเละหากมีเเล้วเท่คุณอาจจะชอบโดยที่ไม่อยากโกงมันออกเลยก็ได้
สุดท้ายนี้ อยากฝากถึงหนุ่มๆที่มีร่างอวบ ความอวบของเรานั้นมันไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย
แค่เราต้องรู้จักเลือกเสื้อผ้าที่เข้ากับเรา
เท่านั้นเองไม่ว่าสไตล์ไหนก็สามารถสวมใส่ได้
ไม่ต้องไปสนใจสายตาของใครทำตามที่ใจเราต้องการก็พอเเล้ว
เเละหากรู้จักแมทช์ให้เข้ากับเราก็เป็นพอ ที่สำคัญคือต้องมีความมั่นใจ
เพียงเท่านี้ก็ทำให้หนุ่มอวบ
ดูมีสไตล์การแต่งตัวที่เท่ห์ไม่แพ้ใครค่ะหรือใครสนใจเเบบไหนสไตล์ไหนก็เลือกสวมใส่ได้ตามใจเลย…

View More “เสน่ห์ของหนุ่มอวบร่างหมี”

4 วิถีแห่งคนผอม แล้วใส่เสื้อผ้าเท่ห์

ใครว่าการออกกำลังกายคือวิธีลดความอ้วนได้ดีที่สุด
รู้หรือไม่ยิ่งอายุเยอะระบบการเผาผลาญก็ยิ่งลดลงด้วยดังนั้นเราควรควบควรการกินอาหารเข้าไปด้วย
คุณผู้ชายหลายๆคนคงเจอกับปัญหาเหล่านี้ วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีลดเอวของคุณผู้ชายอย่างได้ผลกัน
1.เล่นเทนนิส วิธีลดรอบเอวง่าย ๆ วิธีหนึ่งก็คือการเล่นเทนนิส
เพราะเราต้องขยับทุกส่วนของร่างการและที่สำคัญท่าทางของการเล่นเทนนิสยังเป็นการบริหาร
ช่วยเรื่องรอบเอาของเราด้วย British Journal of Sports Medicine ชี้ว่าเล่นเทนนิสแข่งกันแค่ 40 นาที
สามารถเผาผลาญได้ตั้งประมาณ 450 แคลอรี
2.เลิกดื่ม คุณผู้ชายหลายๆคนคงเคยได้ยินมาบ้านว่าการดื่มมากๆจะทำให้คุณลงพุง
ค่อนข้างเป็นจริงเลยทีเดียวล่ะ เพราะฉะนั้นถ้าอยากลดน้ำหนักส่วนเกินคุณก็ต้องเลิกดื่มสักเดือน
สำหรับคนที่ดื่มเป็นประจำการเลิกดื่ม 1 เดือนจะทำให้เอวเล็กลง 2 นิ้ว และถ้าเลิกไปตลอดกาล ก็ไม่ต้องมาลดเอวกันอีกต่อไป
3.งดน้ำอัดลม หรือลดปริมาณการดื่มน้ำอัดลมลง อย่างที่รู้ๆกันว่าน้ำอัดลม 1 กระป๋องมีประมาณ 140แคลอรี
นั่นแปลว่า ถ้าเคยดื่มสัปดาห์ละ 3-4 กระป๋องการงดน้ำอัดลมก็จะช่วยให้ลดได้ถึงกว่า 2,000แคลอรี
เท่ากับอาหาร 1 มื้อ! ควรเลิกดื่มน้ำอัดลมแล้วเปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่าแทนจะดีกว่านะ!
4.วิ่งสปรินต์ คือ การวิ่งเร็วๆ ช่วยลดเอวของหนุ่มได้เป็นอย่างดี โดย เอด แกนนอน โค้ชทีมรักบี้
Leicester Tigers ของอังกฤษ แนะนำให้วิ่งสปรินต์สัปดาห์ละ 3 ครั้ง
โดยไปที่สวนสาธารณะหรือลู่วิ่งที่ใช้แข่งกรีฑา แล้ววิ่งระยะ 200 เมตร ทั้งหมด 8 รอบ
โดยพักระหว่างการวิ่งแต่ละรอบนาน 1 นาที 45 วินาที ซึ่งช่วยเผาผลาญได้ถึง 400 แคลอรีในเวลาแค่ 20 นาที…

View More 4 วิถีแห่งคนผอม แล้วใส่เสื้อผ้าเท่ห์

ประวัติรองเท้าคอนเวิร์ส

สุดเเนวของวัยรุ่นรองเท้าผ้าใบเเบรนด์คอนเวิร์สนั้น ได้มีต้นกำเนิดในปี1908
ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยผู้ก่อตั้งที่ชื่อว่า Marquise Mills Converse ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 46 ปี
ในร้านแห่งแรกขึ้นที่เมืองมัลเดนนั้นเอง สิ่งที่สร้างชื่อให้กับรองเท้า Converse อยู่ที่ปี 1917
เมื่อทางบริษัทฯ ได้ออกรองเท้ารุ่น “All-Star” ออกมาและในปีนั้นเองนักบาสเก็ตบอลคนหนึ่งที่มีชื่อว่า
Chuck Taylor เขาได้มองเห็นโอกาสในรองเท้าคู่นี้ จึงเข้าร่วมทำงานกับบริษัทฯ
แล้วทำหน้าที่เป็นทั้งคนขายและพรีเซนเตอร์โปรโมทสินค้าเมื่อแข่งกีฬาบาสเก็ตบอลไปทั่วสหรัฐฯไปเลย
เเละหลังจากนั้นมารองเท้าผ้าใบคอนเวิร์ส ได้เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่นักกีฬาและวัยรุ่นทั่วอเมริกา
และเพื่อเป็นเกียรติแก่ตัว “ชัคส์” จึงได้มีการผลิตรุ่น Chuck Taylor ในปี 1923 หลังจากนั้น 46ปีชัคส์ก็เสียชีวิตลง
ในขณะที่ยังทำงานให้กับบริษัทฯ ซึ่งแรกเริ่มรองเท้ารองเท้าคอนเวอร์สมีแต่สีขาวและดำ แต่ในปี 1966 ก็เริ่มมีสีอื่น
เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการ รวมถึงวัสดุอื่นที่นอกเหนือจากเนื้อผ้า เช่น หนังกลับ,ไวนีล, และผ้าชนิดอื่น
และนั่นเองยิ่งทำให้คอนเวอร์สได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีก จากนั้นช่วงปี 1980-1990 บริษัทหน้าใหม่อย่าง Nike
ก็ได้เริ่มเติบโตพร้อมกับความนิยม ทำให้นักบาสเก็ตบอลใน NBA เริ่มหันมาใส่กัน บวกกับปัญหาภายในของบริษัทฯ
ทำให้คอนเวิร์สต้องล้มละลายในปี 2001 รวมทั้งโรงงานดั้งเดิมในสหรัฐฯ ต้องถูกขายไปด้วย
และหลังจากนั้นไม่นานในปี 2003 บริษัทฯ ก็ถูกซื้อกิจการโดย Nike ถึงแม้ว่ารองเท้าคอนเวอร์สจะเสื่อมความนิยมแต่รองเท้ารุ่น Chuck Taylor All-Star
ก็เป็นรองเท้าที่ขายดีมากที่สุดในประวัติศาสตร์ภายใน ศตวรรษที่ 21 ได้ถูกจำหน่ายไปกว่า 600 ล้านคู่ทั่วโลกถือว่าเยอะอย่างมาก
แม้ว่านับจากนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน จะไม่มีใครใส่รองเท้าผ้าใบคอนเวอร์สในกีฬาบาสเก็ตบอลอีกต่อไปเเล้ว
แต่ก็ถูกทดแทนด้วยกลุ่มนักดนตรีและหนุ่มสาวทั่วโลกรวมถึงรุ่น Jack Purcell ที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย
จากยอดนักแบดมินตันและเทนนิสชื่อดังที่เป็นผู้ร่วมออกแบบ ในปัจจุบันรองเท้าผ้าใบคอนเวอร์ส
ไม่มีผลิตที่อเมริกาอีกต่อไปเเล้ว และนั่นส่งผลให้รุ่นที่ค้างสต๊อกอยู่หลายล้านคู่ มีมูลค่าสูงขึ้นมากกว่ารองเท้าที่ผลิตจากที่อื่น
เพราะด้วยรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์รวมถึงวัสดุที่ทนทาน ทำให้รองเท้าคอนเวิร์ส Made in USA ล็อตนั้น
เป็นที่นิยมของนักสะสมทั่วโลกเลยทีเดียว สำหรับปัจจุบัน All Star Classic เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนความเก๋าที่ไม่มีเสื่อมคลายของวัยรุ่นทั่วโลก
อีกทั้งยังมีราคาไม่แพงอีกด้วยเหมาะสำหรับคนที่หาสไตล์ของตัวเองเเละเเบรนด์นี้ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย ทั้งนักศึกษา
เเละวัยรุ่นทั่วไปก็ตามหารองเท้ายี่ห้อนี้มาใส่กันเพราะว่ามีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองไม่เหมือนใคร
เเละหากใครใส่เเล้วหลายคนจะมองว่าคนที่ใส่นั้นเป็นเด็กที่เเนวดีเป็นวัยรุ่นที่มีสไตล์เป็นของตัวเองไม่น้อยเลยทีเดียว…

View More ประวัติรองเท้าคอนเวิร์ส

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนฤดูฝน

เพียงแค่ฝนตกลงที่หน้าต่างในตอนเช้า เพียงแค่ฝนตกลงในวันหยุดในบางคราว ท่อนเพลงสุดฮิตที่ทุกคนร้องได้แม้ว่าในตอนนี้จะบอกได้ยากเย็นว่าประเทศไทยมันคือฤดูกาลอะไรกันแน่ เพราะว่าวันหนึ่งเราอาจจะเจอทั้ง แดด ลม ฝน และ
หนาว ครบในวันเดียว ในตอนนี้หลายพื้นที่เจอพายุฝนถล่ม เราก็คงจะบอกได้ว่า นี้คือหน้าฝน หรือถึงแม้ว่ามันจะไม่ไหว
อย่างน้อยก็เตรียมตัวกันเอาไว้ซักหน่อยดีไหม ว่าแล้วก็มาอัพเดทแฟชั่นในหน้าฝนกันเลยดีกว่า
ในปี 2018 นี้ ขอบอกเลยว่าเทรนด์แฟชั่นหน้าฝนแต่ละแบบสวยเริดทั้งนั้น
แถมยังนำมาปรับใช้กับสไตล์ของสาวไทยได้อีกด้วย ช่วงนี้ฤดูฝนก็ใกล้เข้ามาอยู่เต็มที นอกจากสาว ๆ
จะต้องเตรียมตัวรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และฟ้าฝนที่ตกลงมาบ่อย ๆ แล้ว ก็อย่าลืมมาอัปเดตเทรนด์แฟชั่นสวย ๆ
เก๋ ๆ รับหน้าฝนกันด้วย
ฝนโปรยปรายกันแล้ว สาวๆ ชาวมอควรเตรียมพร้อมรับฤดูฝนที่มาเยือน โดยอัพเดทไอเทมให้เหมาะกับฤดูฝน
ดังนั้นเราควรเลือกเสื้อผ้า ที่ใส่สบาย แห้งเร็ว และหากเสื้อผ้าทำจากผ้าไนลอน หรือผ้าโพลีเอสเตอร์ ก็ยิ่งดี
เพราะช่วยกันละอองฝนได้ ส่วนกระเป๋า หรือรองเท้าก็ควรจะเป็นหนัง พลาสติก หรือ ยาง ที่ช่วยป้องกันกันอับชื้นและเฉอะแฉะ
หลายคนอาจจะเคยเจอ พบเจอเหตุการณ์แบบนี้หรือไม่ แดดแรงยามเช้า
อยู่ดีๆฝนก็ตกพรั่งพรูลงมาตอนกลางวันในขณะกำลังไปทานข้าว
หรือไปประชุมบางทีนั่งเม้าท์มอยกับเพื่อนในวันที่ฟ้าปลอดโปร่ง แต่พอกำลังจะกลับบ้าน ฝนดันตกลงมาซะอย่างงั้น
เชื่อได้ว่าทุกคนคงหัวเสียแน่นอน แต่ถ้าไม่อยากอารมณ์เสียให้เกิดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า
บางคนอาจอยากไม่เหมือนใครอยากจะพกหมวกคลุมอาบน้ำลายการ์ตูนก็ยังได้
ร่มหรือเสื้อกันฝนนี่เป็นสิ่งที่ทุกคนควรมีติดตัวไว้เมื่อเราอยู่ในประเทศเขตร้อนชื้นแบบประเทศไทย
ไอเทมสีสันสุดชิคนี้ถือได้เป็นแฟชั่นไอคอนได้เลยนะ
เดี๋ยวนี้หลายๆคนคึกนึกสนุกก็อยากจะเอาหมวกอาบน้ำลายการ์ตูนแสนรักหรือลายสัตว์เลี้ยงมากันผมเปียกก็ได้…

View More เตรียมตัวให้พร้อมก่อนฤดูฝน

การเลือกเพชรและการดูตำหนิ

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเครื่องประดับกับผู้หญิงนั้นเป็นของคู่กัน
แล้วหนึ่งในเครื่องประดับที่ดีและแพงที่สุดคงหนีไม่พ้น เพชร อัญมณีเลอค่าที่มีราคาสูงตามความสวยงาม
แต่ก็มีเพชรอยู่อีกไม่น้อยที่มีราคาสูง แต่คุณภาพไม่ได้สูงตามไปด้วย
ดังนั้นในบทความนี้จะบอกถึงการเลือกซื้อเพชรที่ดีดูอย่างไร และซื้อเพชรอย่างไรไม่ให้ขาดทุน
การเตรียมตัวก่อนเลือกซื้อเพชร
1.ควรมีการกำหนดงบประมาณของเพชรที่จะซื้อ เพื่อให้สามารถควบคุมงบประมาณไม่ให้บานปลาย
และยังง่ายต่อการเลือกแหวนเพชรอีกด้วย
2.กำหนดความต้องการหรือโอกาสที่จะใช้แหวนเพชร เช่นซื้อเป็นของขวัญวันเกิด ขอแต่งงาน
หรือเพื่อหมั้นและใช้ในงานแต่งรูปแบบและความแตกต่างในแต่ละโอกาสก็จะแตกต่างกันไป
วิธีเลือกซื้อแหวนเพชรที่ถูกต้อง
1. ใช้หลัก 4Cs ในการเลือกซื้อ คือ
1.Color คือระดับความขาวของเพชร เพชรธรรมชาตินั้นมีหลาก หลายสี ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีชมพู สีเหลือง
สีน้ำเงิน แต่กลุ่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ กลุ่มเพชรที่ใสไร้สี ซึ่งเพชรที่ไร้สี ถือเป็นเพชรที่ดีที่สุด
โดยคนไทยจะเรียกความใสของเพชรว่า น้ำ ความใสของเพชรที่ดีที่สุด คือ D color หรือเพชรน้ำ 100
ไล่ไปจนถึง Z color ซึ่งจะเริ่มเห็นกาารเจือปนของสีอื่นๆ ในเพชรมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสีเหลือง
เพชรที่เหมาะแก่การนำไปทำเครื่องประดับเริ่มตั้งแต่ระดับ J color ขึ้นไป
2.Clarity คือระดับความสะอาดของเพชร หรือตำหนิภายในและภายนอกตามธรรมชาติ โดยเพชรที่ดีนั้น
ต้องมีตำหนิน้อยที่สุดหรือแทบไม่มีเลย ซึ่งระดับเพชรที่สะอาดมากที่สุด เรียกว่า IF (Internally Flawless) คือ
ไม่มีตำหนิในเนื้อเพชรเลย เพชรระดับที่เหมาะกับการใส่เป็นเครื่องประดับ เริ่มตั้งแต่ความสะอาด VS ขึ้นไป
หากคุณซื้อเพชรที่มีใบ Certificate มาตรฐานระดับโลกจากสถาบัน HRD หรือ GIA ในใบ Certificate นั้น
จะระบุตำแหน่งของตำหนิเพชรไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้คุณได้เลือกซื้อเพชรมีที่คุณภาพ
3. Cutting การเจียระไน ทำให้เพชรเป็นประกายระยิบระยับ เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุดมี 3 องค์ประกอบ
คือสัดส่วนเพชรจะต้องสมบูรณ์แบบที่สุด จะทำให้ประกายของเพชรสะท้อนขึ้นมาด้านบน กระทบกับตามากที่สุด
ต่อมา คุณภาพการขัดเงา เหลี่ยมเจียระไนที่ดีจะทำให้เพชรเม็ดนั้น ส่องประกายที่ดีแวววาวและสวยงาม
และ ความสมมาตร คือการเจียระไนที่ทำให้เหลี่ยมเพชรทุกๆ เหลี่ยมได้สัดส่วน ขนาดเท่ากัน
4.Carat Weight คือน้ำหนักของเพชรกะะรัต คือ หน่วยวัดน้ำหนักเพชร ซึ่ง 1 กะรัต เท่ากับ 100 สตางค์
หากเป็นเพชรทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง ของเพชร 1 กะรัต จะประมาณ 6 มิลลิเมตร
โดยเพชรขนาดที่เหมาะสมสำหรับแหวนเพชรเม็ดเดียว สามารถเริ่มได้ตั้งแต่เพชรขนาด 10 สตางค์ขึ้นไป…

View More การเลือกเพชรและการดูตำหนิ

แต่งตัวไปบ้านแฟนครั้งแรก

1.เลือกเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่เหมาะกับวัย
เสื้อผ้าและเครื่องประดับ เป็นสิ่งที่เสริมบุคลิกภาพที่สุด และบ่งบอกถึงรสนิยมของผู้สวมใส่ ต้องเลือกที่คัทติ้งดีๆ
ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นเสื้อผ้าแบรนด์เนม เสื้อสเวตเตอร์ตัวสั้น ใส่กับกระโปรง-กางเกงเอวสูงดีที่สุด
ส่วนสำหรับสเวตเตอร์ตัวยาว ไปกันได้ดีมาก กับช้อตท์แพนท์ เลกกิ้ง และกางเกงขาเดฟ
แต่ถ้าใครอยากใส่กระโปรงมากกว่า ก็สามารถใส่กระโปรงได้ แต่ไม่ควรแต่งตัวโป๊ กางเกงขาด หรือสีโทนขาวดำ
2.ทรงผม
เลือกทรงที่รับกับใบหน้าและบุคลิก โดยการเลือกช่างผมมืออาชีพที่มีผลงานให้เห็น รวมทั้งความเหมาะกับใบหน้า
ที่มีช่างมืออาชีพตัดให้ ไม่ควรทำสีผมสีฉูดฉาดในการพบครอบครัวแฟนครั้งแรก เคล็ดลับคือควรเข้าร้านเล็มทรง
ผมทุก 3 เดือนครั้ง เพราะฝีกรรไกรที่ฝากไว้ที่ผมของเรา ช่างอาชีพจะรู้เลยว่าฝีมือระดับไหน
3.การแต่งหน้า
แต่ต้องเลือกอย่างระวัง ให้เหมาะกับสภาพผิว และสีผิว ไม่แต่งหน้าจัดจนเกินไป
แต่งให้เป็นะรรมชาติเป็นตัวเองที่สุด โดยอาจจะใช้เครื่องสำอางหลายอย่างราคาหลักร้อย
ที่สำคัญซื้อใช้ทีละแบรนด์อย่าใช้มั่ว เพราะหากแพ้ขึ้นมาจะได้รู้ว่าเกิดจากตัวไหน
4.รองเท้า
เลือกรองเท้าที่ดีและมีคุณภาพเพียงคู่เดียว แบบเรียบ สีดำหรือน้ำตาล หรืออาจจะเป็นคัทชูหุ้มส้น
ใส่ได้ทุกโอกาส เอาแบบที่ใส่แล้วไม่กัด เดินได้ทน สบายฝ่าเท้า จะช่วยเสริมบุคลิกภาพ
และความมั่นใจให้กับเราอีกด้วย
5.เล็บมือเท้า
การจะสวยและดูดีนั้นเล็บก็เป็นสิ่งสำคัญ อาจจะทาแค่ตัวบำรุงหรือไม่ทาเลยส่วนเล็บเท้า
ถ้าใส่รองเท้าหน้าเปิดต้องทาเล็บเลือกแบบสีสุภาพ ถ้าเล็บลอกต้องรีบเช็ดออก อย่าปล่อยให้กระดำกระด่าง
ไม่ควรปล่อยปละละเลยจนเล็บดูไม่เป็นรูปทรง โดยควรตัดเล็บให้สั้นพอสมควรไม่ปล่อยยาวจนเกินไป
และควรตัดหนังแข็งๆ รอบๆ เล็บให้สะอาดบ้าง นอกจากนี้ ไม่ควรเข้าร้านทำเล็บบ่อยเกินไป
เพราะช่างมักจะมีการแคะซอกเล็บ หรือตัดจมูกเล็บออกบ่อยๆ จนผิวบริเวณซอกเล็บหรือจมูกเล็บเกิดความเสียหาย
อย่างไรก็ตามแต่ก็ไม่ควรทาเล็บบ่อยและไม่ควรใช้น้ำยาล้างเล็บมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เนื่องจากบางครั้ง
ยาทาเล็บไม่มีคุณภาพ สารเคมีที่อยู่ในยาทาเล็บจะเข้าไปทำลายเนื้อเล็บจนทำให้เล็บเหลืองไม่สดใส
ส่วนน้ำยาล้างเล็บก็จะทำให้เล็บแห้ง แตก หักง่าย
6.บุคลิกภาพที่ดูดี
การมีบุคลิกภาพที่ดีย่อมทำให้เราดูดีอยู่เสมอ เช่น นั่ง เดินหลังตรง ไม่เดินเร็วไป ช้าไป แกว่งแขนให้ได้องศาพอดีๆ
ฯลฯ ก็จะช่วยทำให้เราดูดีขึ้นอีกมากทีเดียว…

View More แต่งตัวไปบ้านแฟนครั้งแรก

ขั้นตอนการเลือกซื้อ อัญมณี

อัญมณีเลอค่าอย่าง  “พลอย”  รวมถึงชอบในความหมายดีๆ ความเป็นมงคลที่แฝงอยู่ในอัญมณีชนิดนี้
แต่บางครั้งก็เป็นการยาก สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์พอที่จะแยกแยะได้ว่า พลอยเม็ดไหนคือ พลอยแท้ หรือ
พลอยปลอม บทความนี้จึงมาบอกเทคนิคการเลือกวื้อพลอยที่ถูกต้อง
1.สีควรเลือกซื้อพลอยที่มีสีเข้มสดใส เช่น ทับทิม ควรมีสีแดงสดไม่อมดำ หรืออมม่วง
ไพลินควรมีสีน้ำเงินสดไม่อมดำ หรืออมเขียว มรกตควรมีสีเขียวเข้มสด
2.น้ำ(เนื้อพลอย) ควรมีลักษณะเป็นมันวาว และฉ่ำเหมือนมีน้ำอยู่ข้างใน
เนื้อพลอยไม่แห้งเหมือนเอาก้อนพลาสติกมาเจียระไน
3.สะอาดควรเลือกพลอยที่มีเนื้อใสสะอาด ไม่ขุ่นมัว ไม่มีตำหนิ หรือรอยแตกอยู่ภายในเนื้อ เพราะรอยแตก
หรือรอยต่าง ๆ จะทำให้ประกายของพลอยเม็ดนั้นลดความประกายลง
4.ไฟคือแสงสะท้อนที่มาจากพลอย ให้สังเกตดูว่ามีประกายมากน้อยเพียงใด เมื่อนำมาส่องกับไฟ
ซึ่งถ้ามีประกายดีจับตาก็แสดงว่าพลอยนั้นมีคุณภาพดี
5.รูปร่างพลอยที่ทำการเจียระไนแล้ว อาจมีรูปร่างแตกต่างกันออกไป เช่น รูปหัวใจ รูปหยดน้ำ รูปทรงกลม
รูปไข่ รูปมาคีส์ รูปสี่เหลี่ยม หรือรูปทรงอื่น ๆ ตามลักษณะที่ได้ออกแบบไว้
ซึ่งพลอยจะต้องมีรูปร่างสัดส่วนกับความกว้างของหน้าพลอย ถ้าหน้าพลอยกว้างมากไป แต่ก้นพลอยบางเกินไป
จะทำให้ไฟดูไม่เป็นประกาย
6.น้ำหนักควรเลือกซื้อพลอยที่มีน้ำหนัก 1 กะรัดขึ้นไป เพราะพลอยที่มีน้ำหนักมากกะรัต
จะย่อมมีราคาสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเหมาะสำหรับนำไปให้ลูกหลาน หรือเพื่อนำไปขายต่อไป
7.ราคาควรเลือกซื้อร้านที่น่าเชื่อถือ หรือเป็นที่รู้จัก หรือที่คิดว่าเหมาะสม และไม่แพง
เพราะราคาของพลอยในแต่ละร้านย่อมไม่เท่ากัน ซึ่งร้านที่มีราคาถูกมาก พลอยอาจจะไม่ได้คุณภาพก็ได้
เพราะฉะนั้นจึงควรตัดสินใจให้ดีก่อนซื้อ
การให้เกรดไล่จากสะอาดมากจนมีรอยชัด
C = Clean
LI1 – LI2 = Lightly Included
MI1 – MI2 = Moderately Included
VI1 – VI2 = Visibly Included
HI = Heavily Included
การแยกพลอยตามสี
สีขาว เรียกกันว่า White Sapphire ค่ะ เป็นคอรันดัมบริสุทธิ์ ไม่มีธาตุอื่นๆเจือปน
สีน้ำเงิน เรารู้จักกันในนาม ไพลิน หรือ นิลกาฬ(Blue Sapphire)
สีแดง เรารู้จักกันในนาม ทับทิม (Ruby)
สีเหลือง เราเรียกกันว่า บุษราคัม (Yellow Sapphire)
สีเขียว เรียกว่า เขียวส่อง (Green Sapphire)
และยังมีปรากฎการณ์อีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า Star Sapphire หรือมีรูปดาวปรากฎอยู่บนพลอย…

View More ขั้นตอนการเลือกซื้อ อัญมณี

ไขรหัส 3 การแต่งตัว

อย่างแรกอยากให้รู้จัก 3 วิธีง่ายๆ เลือกซื้อกางเกงยีนส์
แน่นอนว่า การที่เราจะเลือกซื้ออะไรสักอย่างนั้น เราจำเป็นต้องเลือกให้ดีที่สุด
เพราะนอกจากต้องคำนึงถึงเรื่องราคาแล้วนั้น การใช้ในระยะยาว , เหมาะสม และ มั่นใจ ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญมากๆ
ท่ามกลางกางเกงยีนส์หลากหลายยี่ห้อ ที่ผุดมากขึ้นเรื่อยๆในทุกวันนี้เราจะมีวิธีเลือกซื้อกางเกงยีนส์อย่างไรให้ดีที่สุด นี่คือ 3 วิธีง่ายๆ
ที่เพียงแค่กวาดสายตาดูเท่านั้นaเริ่มจากข้อแรก เราควรซื้อกางเกงยีนส์ ให้เล็กกว่าเอวจริง
หลายคนอาจจะส่งสัยว่า ทำไมต้องเล็กกว่าเอวจริง เพราะอาจจะทำให้เราอึดอัด
หรือ รัดมากไปหรือเปล่า แต่หารู้ไม่ว่า จริงๆแล้วนั้น กางเกงยีนส์ ส่วนมาก
ถูกทักทอออกมาเป็นแบบ บ Twill ทำให้ผ้า Cotton สามารถยึดออกได้ถึง 1-2 นิ้ว
เป็นอย่างน้อย เท่ากับว่า การเลือกซื้อกางเกงยีนส์นั้น
ควรให้เล็กกว่าเอวจริงนั่นเอง เพราะกรณีที่มันยึดออก มันทำให้เราใส่พอดี และ
ดูสวยงาม ที่สำคัญ เท่ห์แบบคูลๆด้วย
ต่อมา เราควรเลือกกางเกงยีนส์ในโทนสีเข้มเสมอ เพราะอย่างแรกเลย สีเข้มนั้น
เหมาะกับสวมใส่ในทุกๆกรณี และ ทุกๆเทศกาลรวมถึงเหมาะใส่กับเสื้อได้ทุกสีด้วย ที่สำคัญ เวลาเข้าออฟฟิศนั้น
ก็เป็นสีที่เหมาะที่สุด อย่างไรก็ตาม เราก็เข้าใจว่า สไตล์ใครสไตล์มัน
หากใครจะใส่สีฉูดฉาดก็ไม่เป็นไร แต่เหนื่อสิ่งอื่นใดเราต้องคำนึงถึงควมเหมาะสมเป็นอันดับแรก
ปิดท้ายกันที่ การเลือกดูกระเป๋าหลังก่อนซื้อ เพราะว่า กรณีนี้นั้นมันอาจจะสร้างภาพลักษณ์ไม่ดีให้กับเราก็ได้ ถ้าใหญ่เกินไป
ดังนั้นเราควรเลือกกางเกงยีนส์ที่มีกระเป๋าหลังแบบพอดีๆ ไม่ใหญ่เกินไปไม่เล็กเกินไป หรือยาวจนเกินไป
เพราะมันอาจจะทำให้เราดูเหมือนใส่กางเกงโหลดตูดด้วยนับว่าอาจจะเป็นการเสียบุคลิกด้วย
และ 3 วิธีสุดท้ายในการเลือกรองเท้าผ้าใบ ให้เหมาะสมที่สุด
แน่นอนว่า ในเรื่องของการแต่งกายนั้น นอกจากเสื้อผ้า หรือ เครื่องประดับต่างๆ
ที่เราให้ความสำคัญแล้ว อีกหนึ่งเรื่อง ที่ปฏิเสธไม่ได้ คงเป็นในส่วนของรองเท้า
ที่จำเป็นสำหรับการแต่งตัวเช่นกัน โดยเฉพาะ การเลือกรองเท้าให้แบบโดนๆ
ที่สำคัญ ทุกวันนี้ จากการที่มีรองเท้าหลากหลายแบรนด์ออกมา ก็ยิ่งทำให้เรา
ตัดสินใจยากมากขึ้น แต่วันนี้ เราจะขจัดสิ่งเหล่านั้นให้หมดไป กับ 3 วิธี
เลือกรองเท้าง่ายๆ ให้เหมาะสมกับคุณมากที่สุด
เริ่มจาก การเลือกรองเท้าให้เหมาะสมกับ ลักษณะของเท้า โดย
ลักษณะของเท้าแต่ละคนนั้น จริงๆแล้ว หารู้ไม่ว่า มีหลายแบบมาก บางที
การเป็นพี่น้องกัน ก็ไม่ใช่ว่าจะมีลักษณะเท้าเหมือนกัน ดังนั้น
เราต้องคำนึงถึงข้อนี้ให้ดี โดย ลักษณะเท้านั้น สามารถจำแนกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่
ไม่ว่าจะเป็น เท้าแบน , เท้าสูง และ เท้าปกติ
เพราะฉะนั้นการเลือกรองเท้าให้สะดวกสบาย เราต้องนึกถึงสิ่งนี้ด้วย ที่สำคัญ
จะเป็นเรื่องดีมาก หาก เราไปลองรองเท้าด้วยตัวเอง ไม่ฝากคนอื่นซื้อ
ต่อมาเป็นการเลือกไซส์รองเท้า เรื่องนี้เป็นสิ่งที่สำคัญเหมือนกัน
เราต้องเลือกไซส์รองเท้าให้ดี ก็เหมือนกับเสื้อผ้า ถ้าเราใส่ไซส์พอดี
นอกจากทำให้เรามั่นใจแล้ว เรายังใส่สบายอีกด้วย ซึ่ง รองเท้า ถ้าเกิดว่า เล็ก
เกินไป ก็อาจจะกัดเท้าเราได้ หรือใหญ่เกินไป แน่อนนว่า
จะทำให้เราไม่รู้สึกกระชับ ดังนั้น เราต้องเลือกให้ดี เลือกให้พอดีที่สุด ไม่ใหญ่ หรือ เล็กเกินไป
ปิดท้ายกันที่ เหมาะสมกับการใช้งาน เป็นอีกข้อที่สำคัญเช่นกัน
ถ้าเราต้องการใส่แบบเดินเล่น เดินเที่ยว ในวันหยุด
เราก็ไม่ต้องใส่รองเท้าที่หนักมาก หรือ แนวสตรีท ขณะเดียวกัน ถ้าเราใส่วิ่ง หรือ
ออกกำลังกาย เราก็ต้องใส่รองเท้า ที่สำหรับใช้ในเรื่องนี้ไปเลย
อย่างไรก็ตามจริงๆ ก็แล้วแต่ แฟชั่นของแต่ละคนเช่นกัน…

View More ไขรหัส 3 การแต่งตัว